
Speakeasy แบบพยายามไม่ลงรายละเอียดเยอะแต่งึมงำไปเรื่อย (เพราะเล่นครั้งเดียวและ bias เยอะ)
เรื่องธีมกับเซ็ตติ้งเนี่ยก็คือยุคชาวแก๊งมาเฟียในนิวยอร์ก เราก็เป็นเจ้าพ่อในแก๊งเดียวกันแต่ก็ต้องมาแข่งกันหาเงินเอาความดีความชอบ


คือ Vital Lacerda เป็นนักออกแบบที่ผมให้นิยามว่าเป็นช่างทำนาฬิกาคือชอบทำเกมแบบที่มันมีกลไกเล็กๆและระบบรอบๆที่สอดประสานถักทอทางความคิดมากมายภายใต้การขับเคลื่อนหนึ่งครั้ง เหมือนกว่าจะเดินเข็มชั่วโมงได้ 1 จึกนั้นมันก็มีเฟื่องและลานขยับอยู่ข้างหลังไม่รู้เท่าไร และ Speakeasy ก็ขับสิ่งที่ออกมาได้ดีมาก
เกมมีหลายมิติให้มองแต่ส่วนที่เป็นรากฐานสุดของเกมก็คือเราต้องวางตึกลงไปในเกาะแมนฮัตตันที่แบ่งออกเป็นหลายพื้นที่ย่อยที่ถูกจัดเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ระบบคะแนนด้านพื้นที่จะคิดจากดูว่าเรามีตึกเกรดสูงกว่าคู่แข่งในพื้นที่ย่อยไหม ยิ่งชนะสะสมเยอะก็จะได้เงิน (แต้ม) เยอะ



เลเยอร์ของการวางตึกในเกมซ่อนกลไกไว้หลายระดับ อย่างแรกคือในเกมจะมีตำรวจงอกมาเรื่อยๆและถ้าตึกของเราไม่ได้จ้างการ์ดมาเฝ้าไว้ตึกเราก็จะไม่ถูกนับว่ามีอยู่ (ซึ่งการจ้างคนมาเฝ้าก็เป็นอีกมินิเกมเล็กๆที่ต้องการการวางแผนอยู่ในที) ระบบการเกิดของแก๊งคู่แข่งที่จะเข้ามายุ่มย่ามในพื้นที่แบบที่เรารู้ล่วงหน้าว่าจะมา ถ้าแก๊งคู่แข่งบุกเราก็ต้องมีนักเลงสะสมไว้มากพอ หรือไม่ก็ต้องไปทำแอคชั่นทำพันธมิตรกับแก๊งอื่นในมาช่วย
ความยากของเกมจะมาจากระบบ worker placement ที่ทั้งเกมมีให้ทำแค่ 11 แอคชั่น ใน 1 ช่องแอคชั่นจะมีของให้ทำได้ 2-3 อย่าง ส่วนมากก็คือสร้างตึกกับเล่นการ์ดนั้นแหละ แต่เกมนี้ดันมีการ์ดอยู่ 4 แบบ แต่ละแบบก็จะมีผลของแอคชั่นที่ต่างกันนิดหน่อย แต่ด้วยแอคชั่นที่จำกัดความแตกต่างนิดหน่อยนี้ก็มีผลเอามากๆเพราะเราจะต้องการให้การเรียงแอคชั่นมันตรงกับสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด และการเล่นโง่ๆไม่คุ้มค่าเพียงครั้งเดียวก็แทบการันตีแล้วว่าเราจะไม่ชนะ



ส่วนที่คิดว่าอาจจะไม่ชอบ (เพราะพึ่งเล่นครั้งเดียวยัง explore ไม่ครบ) คือระบบเคลมแต้มจากเรือ - คือในเกมนี้มันจะมีเรือขยับไปรอบๆแผนที่ และเรือแต่ละลำจะมี objective ในการทำคะแนนอยู่ ซึ่งการจะไปปล้นเรือได้เนี่ยเราต้องส่งคนไปสะสมพลังตรงท่าเรือของแต่ละเขตก่อน อย่างถ้าเรือที่เราอยากปล้นอยู่เขตกลางเราก็ต้องส่งคนไปรอที่เขตกลาง อะไรแบบนั้น แต่ทีนี้เรือมันจะขยับได้จากสองวิธี อย่างแรกคือโดนปล้นแล้วขยับพร้อมกับเปลี่ยน objective ใหม่ กับอีกแบบคือมีคนแวะไปซื้อเหล้าเถื่อน... ซึ่งไอ้ตรงนี้สำหรับผมแล้วรู้สึกมันบัดซบไปหน่อยเพราะถ้าเรือที่มันเหมาะกับเราโดนย้ายที่ไปเขตอื่น คนงานที่เราซ่องซุ่มไว้ก็แทบไร้ประโยชน์แล้วมันเสียเวลาในเกมไปเยอะแล้วมันเอาคืนมาไม่ได้ง่ายๆในเกมที่แอคชั่นจำกัดขนาดนี้ (คือมันทำแอคชั่นย้ายคนได้ แต่มันเสียแอคชั่นไง ใดๆมันก็คือส่วนที่ทำให้เกมหนักและต้องวางแผนนะ ทว่าผมไม่ค่อยคลิกนักกับเกมที่ต้องระวังหลายๆเรื่องพร้อมกันขนาดนี้)
จุดที่คิดว่าคนอาจจะหลงทางง่าย (โดยเฉพาะคนสายสมาธิหลุดง่ายอยากไปลองเอาหน้างานแบบผม) คือนึกว่ามันเป็นเกมส่งเหล้าไปขาย (ซึ่งก็ถูกอยู่) แต่การขายเหล้าในเกมมันต้องการให้คุณทำแอคชั่นผลิต -> ขับรถไปส่ง -> ขาย ฟังดูก็เบสิคๆใช่มะ แต่เกมนี้มี 11 แอคชั่นไงจะให้เอา 3 แอคชั่นไปขายเหล้ารอบเดียวก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว คือเหล้าน่ะต้องขายแต่มันต้องทำขนานไปกับอย่างอื่นๆในเกมด้วยถ้าหลงคิดว่ามันเป็นเกมทำ engine วิ่งวนขายของก็อาจจจะจอดเอาง่ายๆ
ในแง่มุม production ก็สวยงามดี แต่มีข้อสงสัยเรื่องช่องเสียบการ์ดที่ชวนทำในการหักงอง่ายอยู่เหมือนกัน กับการใช้งานจริงที่เราต้องเสียบๆถอดๆการ์ดอยู่บ่อยๆก็ชวนหงุดหงิดอยู่ พวกไอคอนก็มีจุดที่ทำเอา question ตัวเลือกในการสื่อสารอยู่บ้าง

ส่วนตัวแล้วเกมของ Vital ผมมีอยู่สองกลุ่มใหญ่คือ สาดดดดดเกมเชี้ยไรว่ะเนี่ยเอาไปเผาทิ้ง (Lisboa, Kanban, Escape plan) กับ เห้ยสนุกดี (แต่ไม่เคยมีโคตรชอบโคตรสนุกนะ) เกมนี้อยู่ในกลุ่มสนุกแต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขอย่างเช่นจำนวนคนต้องไม่เกินสาม และผู้เล่นต้องอยู่สายคิดไวแบบที่ไม่อันดูไร้สาระ
ซึ่งก็ส่วนตัวอีกเหมือนกัน แม้จะเข้าใจในความงดงามทางการออกแบบ แต่ผมก็ไม่ค่อย enjoy อะไรกับการเล่นเกมของเค้าเท่าไร คือเหมือนมันสนุกแค่ตอนรู้สึกว่าตัวเองได้เรียนรู้ว่าเกมมันทำงานยังไง แต่พอเข้าใจแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าไอ้การต้องมานั่งคิดขยักเยอะแยะนานๆแล้ว orchestrate จนทุกอย่างลงล็อกพอดีมันจะสนุกอะไรขนาดนั้น คือผมชอบเกมที่มีมูฟเม้นสั้นและมี impact ที่ผู้เล่นคนอื่นต้อง react แผนตามทันทีมากกว่า พูดแบบให้ดูเหยียดเว่อร์ๆก็คงเป็นผมนึกสงสัยอยู่ในทีเสมอว่าคงมีไม่น้อยเลยไหมนะที่ชอบเกมของ Vital เพราะเล่นได้แล้วรู้สึกฉลาดไม่ใช่ชอบเพราะมันสนุก....

Speakeasy เป็นเกมที่ 'หนัก' จากการที่เราอยากวางแผนทุกสิ่งแล้วสั่งทำแอคชั่นในเกิดการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวมากที่สุด แต่ไม่ได้มีเงื่อนไข interlock ชวนอึดอัดแบบหลายๆเกมของ Vital แต่ความอึดอัดมันจะมาจากการจำกัดจำนวนแอคชั่นอย่างข้นแค้นและการอัดสมองให้เรียงลำดับแอคชั่นอย่างถูกต้องพร้อมกับโชคอีกเล็กน้อย เป็นเกมที่ออกแบบได้ดี แต่สำหรับผมก็คิดว่ามันแค่ยังอยู่ในเกมประเภททำให้ยากเพื่อที่จะได้ยากเลยรู้สึกว่ามันค่อนข้าง lack ความสุนทรีย์ในปฏิสัมพันธ์ของการต่อสู้ทางความคิดจาก state ของกระดานที่เปลี่ยนแปลงแบบที่ผมชอบมากไปหน่อย เอาแบบไวๆก็ กบโอเค ละกัน
