สวัสดีสิ้นปี 2025 เพื่อน ๆ ชาวบอร์ดเกมเมอร์ทุกท่านครับ
ใกล้จะจบปีแล้วหวังว่าทุกท่านคงได้เล่นเกมสนุก ๆ กันในปีที่ผ่านมานะครับ ผมต้องขอเกริ่นก่อนว่าปกติผมไม่เคยเขียนรีวิวอะไนยาว ๆ แบบนี้เลย นี่เป็นกระทู้แรกที่ตั้งใจเข้ามาเขียนในเว็บบอร์ดนี้โดยเฉพาะเลยครับ เพราะคิดว่าถ้าเว็บบอร์ดแนวประมาณนี้ active มากกว่านี้ น่าจะได้สนทนาแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ ได้สนุกกว่าอยู่ในกลุ่ม Facebook เยอะเลย เลยอยากจะทดลองมาเขียนอะไรเล่น ๆ ดูบ้างครับเผื่ออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ มาโพสบ้าง หรือได้แลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจครับ เรื่องที่อยากเขียนก็ไม่มีอะไรมากครับ เกิดจากการการที่เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมไปเล่นเกมใหม่เกมนึง แล้วพบว่ามันสนุกจนอยากหาที่แชร์เท่านั้นเองครับ
😉
กระทู้นี้อยากมาชวนคุยเรื่อง “เกมที่เราให้ 10 คะแนนเต็ม” ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ ปกติเวลาเล่นเกมกันแล้ว ได้มีการให้คะแนนบ้างไหมครับ ? ส่วนตัวผมจะมีให้คร่าว ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร คล้าย ๆ การฟังเพลงครับ เช่นเพลงนี้ดีมากเลย แต่ว่าดนตรีจืด ให้สัก 7/10 หรือดนตรีใช้ได้ แต่นักร้อง ร้องกลาง ๆ งั้นให้ 6.5 เป็นต้น... สำหรับบอร์ดเกม ผมก็มีแอบคิดอยู่เหมือนกันหลังจากเล่นจบ ว่าผมชอบ หรือไม่ชอบอะไรในเกมนั้น ๆ ซึ่งผมมองว่าเสน่ห์ของการคิดถึงองค์ประกอบและให้คะแนนความชอบส่วนตัวของเรานั้น มันพิเศษกว่าการฟังเพลงหรือทานอาหาร ตรงที่กว่าจะหาเวลาเล่นบอร์ดเกมได้ (กว่าจะนัดเพื่อน กว่าจะได้กาง กว่าจะทวน Rule) ไม่ใช่ง่าย ๆ และเกมแต่ละเกมก็ใช้เวลานานในการเล่น (ขออีกสักรอบทันทีก็ไม่ได้แบบฟังเพลง) เพราะงั้นประสบการณ์การลองเกมแต่ละกระดานมันจะมีความหมายมาก และทำให้เราสนุกที่จะตั้งใจคิดแยกองค์ประกอบของกระดานนั้น ๆ ออกมาจริง ๆ หลังจากการเล่นครั้งล่าสุดได้จบไป
การได้ดูว่าที่เราเคยชอบ ยังชอบอยู่ไหม ที่ไม่ชอบ ยังไม่ชอบอยู่ไหม
ยกตัวอย่างเช่นเร็ว ๆ นี้ผมได้เล่น “Concordia” ซึ่งเป็นบอร์ดเกมเกี่ยวกับการเคลื่อนคนไปตามเมืองต่าง ๆ ในยุโรปเพื่อหาทรัพยากรมาทำแต้ม ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้เล่นเกมนี้นาน ๆ ครั้ง ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาน่าจะเล่นไปสามรอบเท่านั้นเอง โดยที่ผมก็มองว่ามันทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่รอบล่าสุด เหมือนว่าผมจะเจออะไรบางอย่างในการวางแผนทำแต้ม ที่รอบก่อน ๆ ไม่ได้นึกถึง รอบนี้เลยดันสนุกเพิ่มขึ้นมาซะงั้น (อาจจะเพิ่มจาก 7 -> 7.5 คะแนน เต็ม 10 จากความรู้สึกคร่าว ๆ)

Concordia เกมที่สาม ชอบมากขึ้นเล็กน้อย
ทีนี้มาเข้าประเด็นหลักกัน เรื่องที่น่าสนุกในวันนี้ที่ผมอยากมาแชร์กับเพื่อน ๆ คือ เราจะเจอ “เกมที่เราให้ 10/10” จากไหน และอาจจะมีการแชร์เล็กน้อยถึงประสบการณ์ของการเจอเกม 10/10 ของผมทั้ง 7 เกม (ซึ่งอาจจะเพราะเล่นบอร์ดเกมมาไม่นานเท่าเพื่อน ๆ หลายท่าน เลยอาจจะยังเจอไม่เยอะ ;D) ถ้าหากเพื่อน ๆ อ่านแล้วรู้สึกว่าอยากแชร์บ้าง หรือมีความคิดเห็นอยากถกเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะซาบซึ้งมาก ๆ เลยครับ...
แน่นอนว่าการจะบอกว่าเกมไหน สิบเต็มสิบ มันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลมากๆ ว่ามาตรวัดความสนุกของเราอยู่ที่ไหน บางคนเล่นแล้วชอบกับบรรยากาศมาก ๆ จนสนุกมากกับกลุ่มเพื่อนในวันนั้น ก็อาจจะให้สิบคะแนนเต็ม บางคนมีความสุขจากการชนะ ก็อาจจะให้สิบ ส่วนบางคน อาจจะเล่นแล้วชอบระบบการออกแบบ ไม่ได้สนใจว่าคนที่เล่นด้วยวันนั้นจะเทเกมหรือยังไงแต่ว่าชื่นชมการออกแบบ ก็อาจจะให้สิบเช่นกัน ของผมจะเน้นไปอย่างหลังสุดมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าต่อให้ระบบดี เพื่อนที่เล่นด้วยเอนจอย เกม ๆ นั้นก็อาจจะไม่ใช่ 10/10 สำหรับผมก็ได้ เช่นเกมดี ๆ หลายเกม ผมก็ให้มัน 9/10 เพราะรู้สึกว่ามันยังมีข้อเสียบางอย่างที่เรารู้สึกขัดเล็ก ๆ กล่าวคือ 10/10 สำหรับผมคือเกมที่ผมมองว่ารวมการออกแบบและประสบการณ์ที่ผมได้รับจากมันมา มันต้องคลิ๊กแบบตรงเป๊ะกับจิตใจผม แทบจะมองว่าไม่มีข้อเสียอะไรเลย มีแต่ความสนุกพุ่งพล่าน และรู้สึกอยากที่จะเล่นมันซ้ำ ๆ อีกหลาย ๆ รอบไม่มีเบื่อ
ผมมักจะเจอเกมที่ 10/10 โดยที่ผมซื้อเกมมาแบบไม่ได้คาดหวังสักเท่าไหร่นัก โดยมากซื้อตามรีวิวจากเว็บบอร์ดเป็นหลัก influencer ใน youtube บ้างที่คิดว่าตรงจริตกับเรา หรือการใช้ feature “Fan also like” ของบอร์ดเกม Geek ก็ดีมาก ๆ เพราะมันเห็นชัดเลย ว่าส่วนมากก็จะเลือกซื้อมาเล่นมาถ้าหาได้ แต่จำนวนมาก ก็ไม่ได้เป็นเกมที่เรารู้สึกว่ามันได้คะแนนเต็ม อาจจะเฉียด ๆ เป็นส่วนมาก

ตัวอยาก feature Fans also like : สมมติผมสงสัยว่าผมจะชอบ Wildcatters ไหม ผมก็เข้ามาดูว่าคนที่ชอบเกมนี้ น่าจะชอบเกมอะไรอีก เป็นต้น (ref https://boardgamegeek.com/boardgame/146910/wildcatters/recommendations)
เรื่องแปลก ๆ เรื่องนึงเกมที่ผมเล่นแล้วให้คะแนนเต็มนั้น เกือบทุกเกมผมจะให้มัน 10/10 ตั้งแต่รอบแรกเลย โดยปกติเราจะอยากทำการทดลอง ไปลองเล่นเกมนั้นซ้ำก่อน ว่ามันจะยังสนุกเมื่อเล่นหลาย ๆ รอบไหม ส่วนมากที่คะแนนจะเพิ่มลด ก็จะเป็นเกมที่ผมไม่ได้รู้สึกว่ามัน 10/10 ตั้งแต่แรก (ตั้งแต่ 6-9 นี่สลับปรับขึ้นลงตลอดที่เล่นซ้ำ) เรียกว่าถ้ารักตั้งแต่รอบแรกคือไม่มีลดคะแนนเลย ถึงจะเล่นไปกี่รอบก็ตามที
มาถึงเรื่องที่ผมตั้งใจมาเล่ามาก ๆ (จริง ๆ อยากแชร์เรื่องนี้เป็นหลัก ><) ตั้งแต่ที่เล่นบอร์ดเกมมาประมาณ 3 ปี เกมที่ผมให้ 10/10 มีสตอรี่ประมาณนี้ครับ ถ้าท่านไหนสนใจอ่านก็ลองติดตามดูกันได้ ถ้ามีอะไรน่าสนใจก็ชวนคุยกันมาได้นะครับ (ทั้งเจ็ดเกมไล่ตามลำดับเวลาที่เจอ, ได้เล่นแล้วให้ 10/10)
เกมแรก Brass Lancashire

ในตอนที่ผมเจอเกมนี้เป็นปีแรกที่ผมเริ่มเข้ามาเล่นเกมยูโร (เกมวางแผนจริงจัง ที่ไม่ใช่เกมปาร์ตี้/เกมบลั๊ฟ) เพราะว่าไปเจอ Brass Bermingham ก่อน (เป็นเกมภาคที่ทำมาทีหลัง แล้วได้เห็นมันขึ้นอันดับ 1 ใน BGG) พอลอง Brass Birmingham แล้วเลยรู้สึกว่าอยากลองภาคเก่าด้วย โดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไร พอไปได้เกมนี้ราคามือสองถูก ๆ มาจากกลุ่มซื้อขาย เลยได้มีโอกาสเล่น ปรากฎว่ากลายเป็นเกมแรกที่รู้สึกต่างจากบอร์ดเกมทั้งหมดที่เคยเล่นมาเลย! อยากเล่นซ้ำเรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ และอยากชวนคนอื่นให้มาลองมาก ๆ เพราะมัน มันส์และเถื่อนจริง ๆ กับการวางตึกผลิตเหล็กและถ่าน วางเส้นทางเพื่อขนส่ง และจำลองระบบตลาดความต้องการสินค้าได้ยอดเยี่ยมและยังสนุกมาก การจัดการการ์ดในมือในเกมนี้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ดีที่สุดในกระดานที่เล็กแคบจำกัดคือทำออกมาดีมาก โดยเฉพาะการแย่งกันต่ออู่เรือในเกมนี้ดุเดือดสุดๆ จริง แถมมาด้วยกระดานหน้าหลังที่เล่นได้ 2 คน (ซึ่ง Birmingham ไม่มีให้) สมกับที่รับเหรียญ 10 คะแนนไปเลยจากผมเป็นเกมแรก


เกมที่สอง Pax Pamir: Second edition

ผมไปเกมนี้เจอเพราะว่าช่องที่ดู ชื่อ Heavy cardboard ซึ่งเป็นช่องยูทูปที่ถูกจริตกับตัวเองมาก เชียร์มากว่าสนุก ใน TOP50 อันเก่า ๆ หลายคนในกลุ่มนั้น ก็ยกให้เกมนี้เป็นแรงค์ต้น ๆ กันหมด บวกกับว่าตอนนั้นเกม Root เป็นเกมที่ดังมาก แต่เราเล่นแล้วก็ยังไม่ได้โดนขนาดนั้น แต่รู้สึกว่ามันเป็นเกมแปลก ไม่เหมือนกับเกมที่เล่นมาเกมอื่น ๆ จึงเข้าไปดูประวัติของ Cole (นักออกเบบ) ก็จึงได้รู้ว่าเค้ามีการเอา Pax Pamir ที่เป็นเกมประวัติศาสตร์ มาทำเวอร์ชั่นสอง กล่องสวย อาร์ตสวย และน่าจะมี Player interaction สูง ดังนั้นเลยหาซื้อมาเล่นจนได้ เล่นตั้งแต่ครั้งแรกก็ติดดาว 10/10 ไปเลย ออกแบบได้เทพมาก ๆ ระทึกเร้าใจกับประวัติศาสตร์ The great game ที่เราเป็นชนเผ่าในอัฟกานิสถาน ต้องเลือกสวามิภักดิ์ รัซเซีย อังกฤษ หรืออัฟกัน ให้ถูกที่ถูกเวลา ผ่านการซื้อและทำแอคชั่นจากการ์ด ความสนุกของเกมนี้คือต้องจัดการล่อลวงคู่ต่อสู้เข้ามาเพื่อตอนสุดท้ายเราจะหาวิธีปาดหน้าเข้าเส้นชัยด้วยแทกติคที่แอบทำมาอย่างแนบเนียน แล้วพอถึงจุดที่เหมาะสม ก็หาโอกาสเปลี่ยนฝั่งสวามิภักดิ์จนคนอื่นตั้งตัวไม่ทัน หรือกระทำการบางอย่างที่ไม่มีใครในวงคาดถึง เกมนี้เป็นเกมที่ Board state เหวี่ยงได้สะใจที่สุดเกมนึงเลยตั้งแต่เล่นมา

เกมที่สาม Keyflower

เกมนี้เป็นเกม 10/10 ของผมแบบที่ผมเรียกว่าเป็นข้อยกเว้นที่ไม่ได้ชอบตั้งแต่ครั้งแรก ประสบการณ์การเจอเกมนี้ไม่ได้ราบรื่นมากนัก เกม Keyflower เป็นเกมยูโรที่ใช้ระบบเอาตัวคนไปวางแล้วทำแอคชั่น ผสมประมูลและส่งของ ตอนนั้นผมเล็งมานานมากว่าอยากเล่น เพราะ ทั้ง Carlo (จากช่อง All you can board, ช่องบอร์ดเกมที่รีวิวได้ตรงใจผมหลายเกมมาก) และ Edward + Martin (จากช่อง Heavy cardboard) เชียร์แล้วเชียร์อีกว่าต้องเล่น ดังนั้นผมจึงได้ลองไปเล่นที่ร้านเกมร้านนึง ความน่าเสียดายใจตอนนั้นคือ GM ตอนนั้น “ไม่พร้อมสอน”! . ใช่ครับ GM พยายามอ่านกฎสด ๆ เพื่อสอนผมตรงนั้นเลย ซึ่งภายหลังผมก็มาทราบว่าเค้าสอนผิดหลายจุด และระหว่างสอนเค้าก็ไม่มีความมั่นใจในการตอบคำถามเลย ถึงแม้ว่าผมจะจบ session นั้นออกมาด้วยการได้แต้มหลักร้อย ผมก็รู้ว่ายังไงผมก็เล่นผิดแน่นอน และความน่าสนใจของเกมนี้ก็หายไปจากหัวของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก
ผมใช้เวลานานมากกว่าจะเปิดใจลองอีกรอบประมาณ 1 ปีถัดมา ผมก็ได้เล่นแบบถูกกฏสักที และก็อย่างที่เห็น มันเป็นเกมยูโรประมูลที่ สนุก เข้มข้น เฉือนคมกันมาก ๆ จำได้ว่าเล่นไป 13 กระดานติดกันในสองสัปดาห์ แบบไม่เล่นเกมอื่นเลยทีเดียวในช่วงนั้น
ทั้งระบบประมูล ระบบขนของ ระบบการใช้ตัวคนงานไปทำงาน ทั้งหมดสอดรับกันได้ลงตัวมาก ทุกแอคชั่นในเกมนี้สร้างความตึงเครียดในเกมในระดับที่มูฟผิดครั้งเดียว อาจจะเสียแต้มก้อนใหญ่ได้ง่าย ๆ !

เกมที่สี่ Tigris & Euphrates

หลังจากสามเกมที่ผมให้ 10/10 ผมก็ไม่ได้เจอเกมไหนที่สนุกพอจะให้ 10/10 อีกเลย ประมาณปีกว่า ที่ผมเอาสามเกมด้านบนไปชวนคนนู้นคนนี้เล่นไปหลายสิบกระดาน และออกไปหาเกมใหม่ ๆ ลอง ในที่สุดผมก็เจอเกมที่สี่ เกมนี้เคยติดอันดับ 1 ใน BGG และเป็นเกมที่ผมไม่รู้จะหาเล่นที่ไหนเลย เพราะไม่มีขายนานมากแล้ว สุดท้ายได้ไปเล่นเกมนี้ที่ร้านบอร์ดเกม (รอบนี้ไม่ต้องให้ GM สอนแล้ว อ่านกฎไปเอง!) เล่นจบกระดานแรก ความรู้สึกที่หายไปนานก็กลับมาเลยกับเกม 10/10 ความเร้าใจ ความดุดัน ความเหวี่ยงไป ๆ มา ๆ ของเกมนี้มันสุดยอดมาก ๆ ในอุปกรณ์และกฎการเล่นที่เรียบง่ายที่สุดเกมนึง เกมนี้ต้องหามาลองจริง ๆครับทุกคน (ดีใจที่ปีหน้า 2026 จะมีการทำ revise edition มาวางขายสักที)

เกมที่ห้า Trickerion: Legends of Illusion

จำที่ผมบอกได้ไหมว่าเกม 10/10 ของผมทุกเกม เล่นรอบแรกแล้วมอบเหรียญเลย แต่ไม่ใช่เกมนี้............ เกมนี้เป็นเกม 10/10 ที่มาแปลกที่สุดในลิสต์นี้ ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่ามันคือเกมที่ ความซับซ้อนที่คนมาโหวกันสูงมาก (4.26/5) ซึ่งคนที่ชวนผมไปเล่น แนะนำว่าให้เรา “ใส่ภาคเสริมทั้งหมดเข้าในการเล่นไปเลยเพื่อให้ได้อรรถรสดีที่สุด” ผลปรากฎว่าอาจจะเนื่องด้วยการที่ผมยังมีประสบการณ์กับเกมไม่เยอะมาก บวกกับการที่กฎของเกมนี้มันเยอะมากและต้องวางแผนระยะยาวมาก ๆ ทำให้ผมในตอนนั้นได้ใส่เกมนี้เข้าไปใน Black List ของตัวเอง ! ผมในตอนนั้นมองว่านี่คือตัวอย่างของเกมที่ “ใส่กฎกติกาและของต่าง ๆ มาเยอะเกินไปจนไม่สนุก” และพูดกับตัวเองว่าผมน่าจะไม่เล่นเกมนี้อีก
โมเม้นที่กลับมาเล่น Trickerion คือกว่าจะลองเปิดใจอีกที ผ่านไปประมาณสองปีเลยทีเดียว และนี่คือ come back ครั้งใหญ่ที่สุด (และคิดว่าน่าจะเป็นครั้งเดียว) ที่เกมที่ผมน่าจะให้มันต่ำกว่า 5/10 (จากประสบการณ์การเล่นที่แย่) ขึ้นมาเป็น 10/10 เลย นี่อาจจะเป็นตัวอย่างของ “เกมที่ใช่ในเวลาที่ถูกต้อง” ก็ได้ครับ
และนี่คือ Trickerion เกมที่จำลองตัวเองเป็นนักมายากลที่ต้องหาของไปแสดงกล แต่กระบวนการนั้นวุ่นวายมากตั้งแต่ไปเรียน ไปซื้อของมาทำ เตรียมเวที แผนการเล่นในเกมนี้แตกแขนงออกไปเยอะมาก และต้องวางแผนระยะยาวมาก การขัดขากันในเกมนี้อาจจะไม่แรงเท่าเกมบน ๆ แต่ว่าการขัดแต่ละทีก็มีเรื่องกำหมัดอยู่ไม่น้อยเลย แถมอาร์ตเกมนี้สวยมากๆ สวยแบบตะโกนเลย ถึงจะผ่านมาสิบปีก็ยังไม่เห็นจะมีเกมมาล้มได้

เกมที่หก Dominant Species

เกมนี้เป็นเกมที่ทุกคนที่เล่นยูโรเกมหนักหน่อยแนะนำให้เล่นมาก ๆ แนวสัตว์หลายสายพันธ์ุตบตีแย่งชิงพื้นที่เอาชีวิตรอดที่โหดเหี้ยมมาก ตีกันมันส์ ผมเล่น Dominant species Marine ที่เป็นภาคสองไป ปรากฏว่าก็สนุกใช้ได้ แต่ไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้น เรียกว่าสนุกแบบพอไปวัดไปวา ผมเลยไม่ได้สนใจเกมนี้เท่าไหร่ จนกระทั้ง เพจบอร์ดแล้วบ่น ได้ทำเปรียบเทียบกันระหว่างภาคเก่ากับภาคใหม่นั่นแหละทำให้ผมกลับมาสนใจมันอีกรอบนึง (บวกกับ Edward จาก Heavy cardboard เคยยกให้เกมนี้เป็นอันดับต้น ๆ ของช่อง) เพราะงั้นสุดท้ายเลยไปหาซื้อมาเล่นจนได้ พอได้เล่นแล้วก็ไม่แปลกใจ ที่เกมนี้เป็น Hall of fame ของหลายท่าน สุดยอด มันส์จนหยุดสุดท้ายจริง ๆ วิธีการเลือกใช้ตัวหมากในการจัดการบอร์ด และกลยุทธ์ในการไล่ตบชาวบ้าน นี่คือเกมที่เรียกได้เต็มปากว่าคือ War game ที่ถ้าเปลี่ยนธีมเกมเหล่าสัตว์เป็นทหารถือปืนไล่ล่ากันก็ยังเม้คเซ้นส์
สำหรับผม Dominant Species Marine ก็คือ Brass Birmingham ที่มีความรู้สึกว่าปรับปรุง design ให้กลมขึ้น แต่ความดิบเถื่อนน้อยลงซึ่งมันทำให้จุดสนุกเจือจางลงนั่นเอง
เกมสุดท้าย (เกมล่าสุด เกมที่เจ็ด)

เป็นเกมที่ผมเพิ่งได้เล่นเมื่อสองวันที่แล้ว (นับจากวันที่เขียนบทความนี้) เพื่อนๆ ที่เล่นเกมมาพอสมควรพอจะเดาได้ไหมครับว่าเป็นเกมอะไร ? ใบ้ให้ว่าเป็นเกมที่เก่าแล้ว และผมเพิ่งเคยได้ลอง ได้พันแข้งพันขากันกันมันส์ และนอกจากจะเล่นยากแล้ว ยังคิดเลขกันเยอะในระดับที่นอกจากคุมองที่เรียนตอนเด็ก ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรที่ต้องคิดเลขเยอะขนาดนี้มาก่อนอีกแล้วในชีวิต
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
............
...
เฉลยครับ 1846: The Race for the Midwest นั่นเอง นี่คือสุดยอดเกมคิดเลขปันผลหุ้นที่ทุกคนควรไปหามาเล่นครับ ไม่อยากจะอวยเกมนี้เยอะเพราะเพิ่งเล่นครั้งแรก แต่ว่า ณ ตอนนี้ คิดถึงเกมนี้ไม่หยุดเลย นี่คือเกมที่คิดเลขตลอดเวลาจริง ๆ เป็นเกมเดินรถไฟที่ต้องเปิดบริษัทแล้วโยกเงินผู้ถือหุ้นเอาไปต่อราง แล้วปันผลกลับมาให้ผู้ถือหุ้น เรียกว่าหัวหมุนติ้วคิดกำไรขาดทุนตลอดเวลาจริง ๆ
หลังจากนี้ก็อาจจะมีโอกาสสูงมากที่จะตะลุยต่อกับ [Train game, 18xx series (https://boardgamegeek.com/boardgamefamily/19/series-18xx) แนวซื้อหุ้นเดินรถไปไปอีกยาว ๆ ครับ ยังมีอีกหลายเกมเลยที่อยากลอง)


จบไปแล้วครับกับทั้ง 7 เกมที่ผมได้ให้ 10/10 กับมัน ซึ่ง 3 จาก 7 ผมได้มาในปีนี้ครับ จริง ๆ ก็ต้องบอกว่าระหว่างทางก่อนที่ผมจะเจอเกม 10/10 ผมได้เจอเกมที่สนุกมากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเกมจากค่าย Splotters ที่มีระบบการเล่นพิเศษหัวระเบิดไม่เหมือนใคร เกมรถไฟเกมอื่น ๆ หรือเกมยูโรเข้ม ๆ หลายเกมมาก ๆ ที่ไปไม่ถึง 10/0 แต่มันสนุกจนผมเกือบจะให้คะแนนเต็มแล้ว แต่ติดที่อะไรบางอย่างนิดเดียวเองครับ เพราะงั้นคิดว่ายังไงการออกไปลองหาเล่นเกมใหม่ ๆ ไม่ว่าจะมาจากเพื่อนแนะนำ หรือมาจาก influencer แนะนำ หรือแม้แต่ลองเล่นเกมแปลก ๆ เก่า ๆ ที่ GM แนะนำ ยังไงก็คุ้มค่ากับการทดลองครับ
... และถึงแม้บางเกมที่เราคิดว่ามันยังไม่ใช่สำหรับเราในตอนนี้ ก็ไม่แน่ว่าอีกสองปีข้างหน้ามันอาจจะวนกลับมาเป็น 10/10 ของเราก็ได้ แบบที่ผมเจอกับ Trickerion และ Keyflower ในเวลาและสถานการณ์ที่ถูกต้อง 🙂
เพื่อน ๆ ล่ะครับ ปีนี้เจอเกมที่ได้สิบคะแนนเต็มกันรึยังครับ ? ส่วนผม หวังว่าตัวเองจะต้องได้เจอเกมที่ 10/10 อีกในปีหน้า (ถ้าได้สัก 1-2 เกมจะกำลังสวยเลยครับ) และเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านด้วยนะครับ ขอให้ได้เจอกับเกมโปรดเกมใหม่ในปีหน้าครับ (และที่สำคัญกว่าคือมีเพื่อนเล่นด้วย) ส่วนผมขอตัวไปนัดเพื่อนเล่น 1846 อีกรอบก่อนนะครับ 😉
Happy Gaming ครับทุกท่าน ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ
[2025 year end]